04 April 2009

เพลง คนโสดกู้ชาติ

ลองๆ หาข้อมูลดีๆ เพื่อมาเพิ่มเติมในเวปไซต์ singleClub.in.th แห่งนี้
ไปเจอ เพลงคนโสดกู้ชาติ
(อืมมม มีกับเขาด้วยแฮะ)

ขอเชิญรับฟังครับ

15 March 2009

แผนการเงินสำหรับคนโสด


MoneyPro: วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ wiwan.th@kasikornresearch.com

มีแฟนคอลัมน์เขียนมาขอให้แนะนำการลงทุนของคนโสดบ้าง ดิฉันจึงนำมาลงให้ตามสัญญาค่ะ

แผนการเงินของคนโสดไม่ แตกต่างกับแผนการเงินของผู้ที่แต่งงานแล้วแต่ไม่มีบุตร เพราะสามารถตัดเรื่องการวางแผนเพื่อการศึกษาของบุตรไปได้ คงเหลือเฉพาะการวางแผนเพื่อการเกษียณอายุงาน เพราะต้องดูแลตัวเอง และอาจจะต้องวางแผนเพื่อเลี้ยงดูบุพการีด้วย

คนโสดในวัยสามสิบเศษ หากไม่คิดว่าจะมีครอบครัวก็สามารถวางแผนซื้อบ้านได้ ในภายหลังหากมีครอบครัวก็ไม่ต้องหาซื้ออีก แค่ถ้าหากไม่มีครอบครัวและมาเริ่มซื้อตอนอายุ 40 หรือ 45 ปี อาจจะช้าไปหน่อยค่ะ ผ่อนไม่ไหว ประมาณเอาว่าเริ่มวางแผนซื้อบ้านตั้งแต่อายุ 35 ปี ก็น่าจะดีค่ะ

นอกจากนั้น ยังต้องวางแผนเรื่องการดูแลสุขภาพด้วย ทำร่างกายให้แข็งแรง และเลือกดูแผนประกันสุขภาพที่เหมาะสม ในกรณีที่ที่ทำงานไม่ได้ครอบคลุมการประกันสุขภาพให้ เพราะข้อเสียเปรียบอย่างหนึ่งของคนโสดคือ เวลาเจ็บป่วยไม่สามารถทำงานได้ จะไม่มีรายได้จากคู่สมรสมาช่วย ทุกอย่างจึงต้องอาศัยตนเองทั้งสิ้น นอกเสียจากว่าท่านจะมีญาติพี่น้องคอยดูแลอีกชั้นหนึ่ง

การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับคนโสดค่ะ เพราะทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในชีวิตของท่านก็คือตัวของท่าน และถ้าท่านไม่อยากให้ตัวท่านเองเป็นภาระของตัวเองในยามชราภาพ ท่านต้องดูแลสุขภาพให้ดีเลิศ

สุขภาพจิตก็สำคัญค่ะ เนื่องจากท่านไม่มีลูกให้ดุ ไม่มีคู่สมรสให้ต่อว่า ท่านอาจจะสะสมความเครียดโดยไม่รู้ตัว ต้องมีการระบายความเครียด อาจจะด้วยการออกกำลังกาย ด้วยการทำสมาธิ ด้วยการศึกษาศาสนา อ่านหนังสือธรรมะ ฯลฯ
การวางแผนประกันสุขภาพ เป็นสิ่งที่ควรจะทำค่ะ และสำคัญกว่าแผนประกันชีวิต โดยเฉพาะท่านที่ทำงานอิสระหรือหน่วยงานที่สังกัดไม่ได้ให้การดูแลในเรื่อง สุขภาพ แต่สำหรับท่านที่ต้องเลี้ยงดูบุพการี ท่านควรจะต้องวางแผนประกันชีวิต เช่นเดียวกับผู้มีครอบครัวและต้องเลี้ยงดูคู่สมรสและบุตรค่ะ

ตารางด้านล่างแสดงถึงประโยชน์จากการวางแผนการเงินสำหรับช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิต หากท่านเป็นคนโสด ท่านก็วางแผนแบบคู่สมรสใหม่กับแบบวัยก่อนเกษียณ คือ เมื่อยังอายุน้อยก็เน้นการวางแผนการใช้จ่าย และแผนการลงทุน พออายุเพิ่มขึ้นก็เน้นการวางแผนเกษียณเพิ่มเติม ถ้าท่านมีภาระเลี้ยงดูผู้อื่น ท่านก็ต้องวางแผนประกันภัย (ประกันชีวิต) เพิ่ม

สำหรับแผนการลงทุนนั้น เป็นแผนที่ได้ใช้ตลอดช่วงอายุค่ะ จึงมีความสำคัญ และเป็นส่วนที่ยากและท้าทายความสามารถมากที่สุด ในส่วนนี้ขอแนะนำให้ปรึกษากับผู้รู้ เพราะหากวางแผนลงทุนไม่ดี เงินที่เก็บมาทั้งชีวิต อาจลดลงไปทำให้ไม่สามารถเกษียณอายุงานได้เร็วขึ้นตามที่เคยวางแผนเอาไว้ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่การลงทุนมีความผันผวนมาก ท่านต้องวางแผนและลงมือปฏิบัติด้วยความระมัดระวังค่ะ

การวางแผนการเงินเป็นเรื่องที่ไม่ยากใช่ไหมคะ ท่านจะเห็นว่าความสำคัญของการวางแผนการเงินในแต่ละช่วงชีวิต จะเน้นประเภทของแผนที่แตกต่างกัน ตอนยังไม่มีเงินออมก็ต้องออมเงินก่อน เมื่อมีเงินพอสมควรก็ต้องลงทุน เมื่อมีทรัพย์สินมากพอสมควรก็ต้องทำประกันภัย เพื่อคุ้มครองชีวิตและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สิน และเมื่อมีโอกาส ต้องวางแผนเพื่อการเกษียณอายุงานที่สุขสบาย ทั้งนี้และทั้งนั้น ในทุกช่วงอายุต้องดูแลสุขภาพให้ดีค่ะ

*

กล่าวกันอยู่เสมอว่า แผนการเงินของแต่ละคนก็จะแตกต่างกัน นอกจากจะแตกต่างกันตามช่วงเวลาของชีวิตแล้ว ยังแตกต่างกันเพราะรสนิยม ความชอบ ค่านิยมในการใช้ชีวิต ความประทับใจ และความเชื่อส่วนบุคคล ความผูกพันและผลกระทบต่อจิตใจ วัฒนธรรมของแต่ละสังคม ฯลฯ ดังนั้นเวลาวางแผนการเงิน ผู้รับการวางแผนควรจะต้องบอกให้ผู้วางแผนทราบ เพื่อที่ผู้วางแผนจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ประกอบด้วย

ในการวางแผนการเงิน เงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด การบรรลุเป้าหมายในชีวิตต่างหากที่สำคัญกว่า แต่เนื่องจากสังคมเราเป็นสังคมที่ใช้เงินตราเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน สินค้าและบริการ เราจึงต้องวางแผนโดยใช้เงินและตัวเลขเป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผน ในบางกรณีท่านอาจจะสามารถบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้ โดยไม่ต้องใช้เงิน เช่น บางท่านอาจจะมีเป้าหมายชีวิตที่จะแสวงหาธรรมะ ท่านก็อาจจะบวชเป็นพระหรือชี หรือนักบวชในศาสนาของท่าน หรือในบางกรณีท่านก็สามารถวางแผนการปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารของท่านได้เอง ท่านก็สามารถลดจำนวนเงินที่ต้องการใช้ในการดำรงชีพได้ เป็นต้น

เพราะฉะนั้น หากท่านคำนวณเงินออมเพื่อการเกษียณแล้วอย่างไรก็ไม่สามารถเก็บให้ครบได้ ท่านอาจจะเริ่มมองหาที่ว่างข้างบ้านเพื่อเพาะปลูกผักและพืชสวนครัว หรือเริ่มปรุงอาหารรับประทานเองที่บ้าน แทนที่จะออกไปรับประทานนอกบ้านทุกวัน

ขอให้ท่านผู้อ่านทุกคนสามารถวางแผนชีวิต วางแผนการเงิน ได้อย่างดี หรือได้ทำตามความฝันของท่านอย่างราบรื่น และขอให้ท่านมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายตามควรแก่อัตภาพค่ะ

จาก http://www.bangkokbiznews.com/home/news/finance/guru/2009/02/16/news_16388.php

16 February 2009

เจ้าชายแห่งสายลม


เจ้าชายแห่งสายลม.....ส่วนตัวฉันเป็นเพียงต้นหญ้าต้นเล็กๆที่แอบหลงรักเจ้าชายแห่งสายลม

ทุกครั้งที่สายลมพัดผ่าน ต้นหญ้าโอนอ่อนพริ้วไหวไปตามลม

ราวกับต้นหญ้ากำลังเต้นระบำ ด้วยความยินดีที่สายลมแวะมาทักทาย

แต่สายลมไม่เคยหยุดอยู่กับที่ สายลมพัดผ่านมาแล้วก็พัดผ่านไป

ต้นหญ้าต้นน้อยยังคงรอคอยอย่างสงบอยู่ที่เดิม.......

วันหนึ่งสายลมพัดมา

ต้นหญ้าได้เอ่ยถามสายลมว่า "สายลมเจ้าเอย เหตุใดเลยเจ้าจึงไม่เคยหยุดนิ่ง"

สายลมตอบกลับว่า "ข้าสนุกสนานที่ได้พัดผ่านสถานที่หลากหลาย ได้พบเจอผู้คนและเรื่องราวมากมาย แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่ออกผจญภัย?"

ต้นหญ้าต้นน้อยตอบสายลมกลับ "ข้ารอคอยเจ้า วันที่เจ้าพัดผ่าน แม้เพียงไม่นาน แต่ข้าสุขใจ"

สายลมว่าต่อ "แต่ข้าคงหยุดอยู่ที่เจ้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นเจ้าอย่าปักใจ อย่าหวังอะไรในตัวข้าเลย"

ต้นหญ้ายิ้มรับแล้วเอ่ยตอบว่า

"ข้าไม่หวังให้เจ้าหยุดที่ข้า เพียงแค่หวังให้เจ้าผ่านพัดมา ให้ข้ารู้ว่าเจ้ายังสบายดี"

09 December 2008

คุณยังโสดอยู่รึเปล่า? และกลัวที่จะเป็นโสดมั้ย?


คุณยังโสดอยู่รึเปล่า? และกลัวที่จะเป็นโสดมั้ย?

บางคนนอกจากไม่กลัวเป็นโสดแล้ว ยังยอมอยู่อย่างบัวแล้งน้ำ แต่ได้ควงกิ๊กไม่ซ้ำหน้า เพื่อทดแทนกันซะเลย โถ...ช่างเป็นไลฟ์สไตล์ หรือการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่สมัยนี้ที่ไม่รีบตัดสินใจปู้ดป้าด หาเหาใส่หัว หาเรื่องใส่ตัวด้วยการรักษาความโสดไว้ยิ่งชีพ โอ้ย...เพราะอะไรนะรึ ก็เพราะคนโสดส่วนใหญ่หวั่นใจเหลือเกินว่า ถ้าเลือกแฟนได้ไม่ดีหรือไม่ได้อย่างที่ต้องการตามมาตรฐานโอลิมปิกแล้วไซร้ ย่อมสร้างปริศนาค้างคาใจไว้มากกว่าว่า แล้วจะครองคู่อยู่ กันได้ยืดรึเนี่ย

แถมหนุ่มสาวสมัยใหม่ยังทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ ดังนั้น พอรักไม่ค่อยยุ่งก็เลยมุ่งแต่งาน เหตุนี้จึงมีคนโสดที่เข้าข่ายควรแต่งงานได้ แล้ว แต่กลับละล้าละลังและปล่อยเรื่องของหัวใจให้เป็นไปตามยถากรรม มากกว่าจะเสาะหาหวานใจมาเจ๊าะแจ๊ะเอนจอยแบ่งปันความเลิฟต่อกันไงเล่า

คุณเริ่ม รู้สึกว่าตัวเองเป็นโสดนานเกินไปแล้วรึยัง? หากท่านใดไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นงี้ไหม งั้นมามะ มาดูสิว่า มีสัญญาณเตือนให้รู้ว่า คุณเป็นโสดนานไปแล้วนะ ดังนี้......

1. ขาดความมั่นใจในตัวเองเวลาอยู่ท่ามกลางเพศตรงข้ามบ้างมั้ย?

เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเดินผ่านหรือหลุดเข้าไปอยู่ในดงที่มีคนหน้าตาดี๊ดี แถมสามารถทำให้หัวใจดวงน้อยๆของคุณสั่นไหวได้ละก็ แทนที่คุณจะเข้าไปตีซี้ ทำความรู้จักเพื่อสานต่อความสัมพันธ์ด้วย แต่เปล่าเลย คุณกลับเขินหลบหน้าหลบตา ไม่กล้าสู้หน้ากับ “คนที่ควรชักชวนมารักกัน” นี่แหละคือสัญญาณ อ.ต.ร. (อันตราย) ล่ะว่า คุณอยู่เป็นโสดนานจนไม่รู้ควรทำตัวอย่างไรกับ “ว่าที่หวานใจ” น่ะสิ

ทว่า คนที่ใจกล้าหน้าด้านปรี่เข้าไปจะฉกผัวเขา...เอ้ย ...ฉกคนที่คุณสนใจแต่เผอิญเค้าควงแฟนมาด้วย โดยไม่สนว่าคนนั้นชอบคุณด้วยรึเปล่า แถมไม่เกรงใจแฟนเค้าอีก ก็เป็นการกระทำที่ห้าว (และคงแห้ว) ไปนะ แค่มั่นใจในตัวเองระดับปานกลางพอแล้ว ไม่ควร “มั่น” ซะจนทำอะไรห่ามๆร้อก


2. ติดนิสัยตามใจปาก เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ

เพราะอยู่ตัวคนเดียวมากไป ดังนั้น เวลาถูกชวนหรือคุณไปชวนใครทานอาหารก่อนก็เหอะ แต่พอถึงร้าน แทนที่คุณจะแสดงความสุภาพและให้ความสำคัญกับใครคนนั้น ด้วยการให้เค้าเป็นฝ่ายเลือกรายการอาหารที่จะสั่งก่อน หรือเทน้ำให้เค้าดื่ม ก่อนเทให้ตัวเอง แต่คุณสิ กลับไม่มีมารยาทเวลาอยู่บนโต๊ะอาหารเอาซะเลย แถมยังกินมูมมาม ชนิดไม่สนอิมเมจ (ภาพพจน์) ของตัวเองสักกะติ๊ด งั้นกลับไปติวมารยาทซะใหม่แล้วค่อยกลับมาลงสนามรักต่อ...ดีกว่านะ

3. มัวเอนจอยกับสัตว์ เลี้ยง หรืองานอดิเรก จนไม่สนที่จะมีแฟน

เพราะลืมไปแล้วว่าจะบริหารเสน่ห์ของตัวเองยังไงให้ใครๆสนน่ะสิ เช่น ออกไปสังสรรค์ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ที่ครั้งนึงคุณเคยหมกตัวอยู่กับก๊วนจอมซี้เหล่านี้ แทนจับเจ่าอยู่กับเจ้าตูบแสนซื่อ และแมวจอมประจบแต่ในบ้าน หรือไม่งั้นก็ติดละครหลังข่าว, รายการแข่งขันประกวดร้องเพลงที่ฮิตจัดกันเหลือเกิน รวมทั้งหนังซีรีส์ทางเคเบิลทีวี จนไม่ยอมพลาดละก็ นี่แหละแสดงว่า เป็นโสดนานจนฝุ่นจับแล้วนะยะ

4. แม้จีบใครได้สักคน คุณก็แค่คิดว่าเป็นกิ๊กคลายเหงาเท่านั้น ไม่ได้คิดจริงจังอะไรด้วย
(เอ๊ะ หรืออีกฝ่ายไม่อยากจริงจังด้วยก็บอกมาซะดีๆ โธ่ทำแก้ตัวไปงั้น) ถึงออกลีลาจีบใครสักคนมาเป็นกิ๊ก (ชนิดว่าชอบมากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่รัก) ได้ แต่คุณดันทำให้ ความสัมพันธ์ครั้งนี้เดินอยู่กะที่ซะงั้น ไม่ยอมพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวหน้ามากกว่าที่เป็นอยู่ ปัดโธ่ ขืนเป็น “โสดไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” นานๆเข้า คุณยิ่งไม่กระตือรือร้นเลื่อนฐานะจากกิ๊กมาเป็นแฟนกันให้รู้แล้วรู้แรด (แรดน่ะทำเป็นแต่แฟนเหรอ แปลว่าอะไรน้อ) จึงทำให้ไม่มีแฟนถาวร เป็นแค่กิ๊กประเภทอยากเจอก็โทร.ไปนัดมาพบ ถ้าอยากคุยก็คุยกันทางโทรศัพท์ แถมยังทำงี้กับเค้าในเวลาที่ตัวเองต้องการเท่านั้นซะด้วย โดยไม่สนเค้าอยากคุยด้วยรึเปล่า แต่จะตื๊อให้คุยมีไรป่ะ ไม่รู้จักเจ้าแม่ซะแล้ว

5. ติดเพื่อนเกินกว่าจะหาแฟนมาเป็น “คนรู้ใจ”

เคยชินกับการอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆมาตลอดชีวิตนี่หว่า แล้วจะดิ้นรนหาแฟนไปทำมั้ย เวลาอยู่กะเพื่อน คุณทำอะไรก็ได้ ทำตัวสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องเหนื่อยคอยประจบประแจงเอาใจใคร แหม้...ง่ายกว่าการอยู่กะแฟนตั้งเยอะ แถมอยู่กับเพื่อนยังไม่ต้องวางฟอร์มหรือเก๊กท่าด้วย

6. คบคนสะเปะสะปะ และสับสนระหว่างการคบแบบเป็นคู่รัก กับคบแบบแค่รู้จักน่ะต่างกันอย่างไร?

เอ้าจะให้แยกคนทั้งสองกลุ่มนี้ออกจากกันได้ไง ในเมื่อคุณอยู่คนเดียวมานานจนลืมไปแล้วว่า เวลาเจอ “คนที่ใช่” แล้วจะทำให้เค้ารู้ว่า เค้าคือ “หนึ่งเดียวคนนี้ของคุณ” ได้อย่างไร...นี่สิน่าคิด เคยเห็นคนโสดบางรายพอเจอใครที่ตัวเองติดตาต้องใจปุ๊บ พอผ่านด่านทำความรู้จักกันได้ แต่ก็กลับแป้ก ไม่ สามารถทำให้เค้ารู้ใจจริงของคุณสักทีก็มี จึงติดแหง็ก อยู่แค่การเป็นคนรู้จักนั่นแหละ ทั้งที่อีกฝ่ายเตรียมยินยอมพร้อมใจแล้วเชียวนะ เชอะยังบื้อใบ้อยู่ได้

อ้อ บอกก่อนว่า ไม่ได้ประสงค์จะชวนให้คิดมากซะหน่อยว่า เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไหนดีกว่ากัน? ของพรรค์นี้ตัดสินใจเองได้ ไม่ต้องรอให้ใครมา “ยุ” คุณหรอก จริงไหมล่ะฮ้า

20 November 2008

ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย*-*


ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย

ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย เมื่อคุณเป็นผู้หญิงอายุ 29 ( 20 upก็อ่านได้นะ)
ปลายฝนต้นหนาวเลข 29 มาเยือน คุณเอ๋ย ยังเสียเวลากับผู้ชายแบบนี้อยู่หรือเปล่า

1 ผู้ชายที่คิดว่างานบ้านเป็นเรื่องของผู้หญิงและไม่คิดจะช่วย /คิดว่าไม่ผิด
ที่ผู้ชายจะมีกิ๊กหรือชู้
= ต้องโทษประหาร สับแล้วโยนให้เป็ดกิน

2. มีหนี้ท่วมหัว เป็นหนี้พนันบอล บัตรเครดิตและหนี้อื่นๆ

3. ผู้ชายวัยทำงานที่ยังนั่งเล่นเกมส์เป็นกิจวัตร และไม่ทำกิจกรรมอะไรนอกจาก
นอนในวันหยุด
=ต้องส่งกลับไปอยู่ รร อนุบาลกินนอน เราเคยเจอสามีเพื่อนเอาเกมส์ไปต่อกับทีวี
ห้องพักฟื้น หลังจากเพื่อนเราเพิ่งคลอดลูกอ่ะ หยองน่ะ ผู้ชายแบบนี้

4. ผู้ชายที่อายุมากกว่าแต่รายได้ต่ำกว่า
=มีแฟนเหมือนมีพ่อ แถมขอเงินก็ไม่ได้

5. ผู้ชายอายุน้อยกว่า ที่คิดว่าเรามีรายได้มากกว่า และจ้องแต่จะให้เราจ่าย
=มีแฟนเหมือนมีลูก ป้าบเราแล้วยังจะให้เราจ่ายค่าไอติม

6. ไม่พาเราไปแนะนำให้ครอบครัวเค้ารู้จักและไม่เคยพาไปบ้านช่องเค้า
=คงโกหกอะไรชัวร์ หรือครอบครัวคงเป็นแบบ Adam’s Family

7. ผู้ชายที่ไม่แน่ใจตัวเองว่าชอบผู้หญิงรึเปล่า
=ประตูหน้า Lock lock lock!! แบบนี้ระวังโรค

8. ผู้ชายที่มีครอบครัว อ้างว่าแยกกันอยู่แล้วแต่หย่าไม่ได้ (แถวบ้านเรียกว่า
โกหก)
= มุขนี้หมาแก่อายุ 35 ขึ้นไปชอบเอาไว้หลอกเด็กอายุ 20 กว่าๆ 29 แล้วอย่าหลงกล
เอาน้ำร้อนราดมันซะ!

9. ไม่สามารถเสียสละเวลางานเพื่อเราได้ ไม่ว่าเรื่องจะฉุกเฉินแค่ไหน
= บ้างานแบบนี้จะแต่งกับมันเอาโล่ห์หรอ

10. ผู้ชายที่ Give silent treatment มีปากแต่ไม่รู้จักใช้พูดปรับความเข้าใจ
มีเรื่องทีไรเงียบตลอด

11. ผู้ชายที่แมนมาก ไม่เดินจับมือ ไม่ช่วยถือของ และเดินนำหน้าผู้หญิงตลอด
เราเดินตกท่อมันยังไม่รู้เลย

12. ไม่คิดจะแต่งงานกับเรา ไม่มีการออมเงินเพื่อแต่งงานหรือสร้างครอบครัว ไม่
เคยคุยกันเรื่องนี้

13. ผู้ชายที่คบกับคุณเพราะคุณรวย หวังเงินหรือผลประโยชน์จากคุณและครอบครัวคุณ

14. ผู้ชายที่ไม่เคารพพ่อแม่คุณ

15. พูดจาหยาบคายกับคนอื่น แต่พูดดีกับคุณ

16. ผู้ชายที่คอยบอกให้เราไปหาหมอเวลาที่เราป่วย แต่ไม่เคยพาเราไปหาหมอ

17. ผู้ชายที่ชอบพูดว่าไม่จำเป็นต้องทำดีในวันพิเศษหรอก วันไหนก็ทำได ้ ขนาด
วันพิเศษมันยังไม่ทำ วันธรรมดาก็อย่าหวัง 555

แฟนใครเป็นแบบนี้ 5 ข้อขึ้นไป เตรียมตัวเผ่นเถอะ เลข 3 จะมาเยือนคุณแล้ว ชีวิต
ควรมีคนดูแลคุณได้ดีกว่านี้

คนโสด.com