Showing posts with label คนโสด. Show all posts
Showing posts with label คนโสด. Show all posts

09 December 2008

คุณยังโสดอยู่รึเปล่า? และกลัวที่จะเป็นโสดมั้ย?


คุณยังโสดอยู่รึเปล่า? และกลัวที่จะเป็นโสดมั้ย?

บางคนนอกจากไม่กลัวเป็นโสดแล้ว ยังยอมอยู่อย่างบัวแล้งน้ำ แต่ได้ควงกิ๊กไม่ซ้ำหน้า เพื่อทดแทนกันซะเลย โถ...ช่างเป็นไลฟ์สไตล์ หรือการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่สมัยนี้ที่ไม่รีบตัดสินใจปู้ดป้าด หาเหาใส่หัว หาเรื่องใส่ตัวด้วยการรักษาความโสดไว้ยิ่งชีพ โอ้ย...เพราะอะไรนะรึ ก็เพราะคนโสดส่วนใหญ่หวั่นใจเหลือเกินว่า ถ้าเลือกแฟนได้ไม่ดีหรือไม่ได้อย่างที่ต้องการตามมาตรฐานโอลิมปิกแล้วไซร้ ย่อมสร้างปริศนาค้างคาใจไว้มากกว่าว่า แล้วจะครองคู่อยู่ กันได้ยืดรึเนี่ย

แถมหนุ่มสาวสมัยใหม่ยังทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ ดังนั้น พอรักไม่ค่อยยุ่งก็เลยมุ่งแต่งาน เหตุนี้จึงมีคนโสดที่เข้าข่ายควรแต่งงานได้ แล้ว แต่กลับละล้าละลังและปล่อยเรื่องของหัวใจให้เป็นไปตามยถากรรม มากกว่าจะเสาะหาหวานใจมาเจ๊าะแจ๊ะเอนจอยแบ่งปันความเลิฟต่อกันไงเล่า

คุณเริ่ม รู้สึกว่าตัวเองเป็นโสดนานเกินไปแล้วรึยัง? หากท่านใดไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นงี้ไหม งั้นมามะ มาดูสิว่า มีสัญญาณเตือนให้รู้ว่า คุณเป็นโสดนานไปแล้วนะ ดังนี้......

1. ขาดความมั่นใจในตัวเองเวลาอยู่ท่ามกลางเพศตรงข้ามบ้างมั้ย?

เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเดินผ่านหรือหลุดเข้าไปอยู่ในดงที่มีคนหน้าตาดี๊ดี แถมสามารถทำให้หัวใจดวงน้อยๆของคุณสั่นไหวได้ละก็ แทนที่คุณจะเข้าไปตีซี้ ทำความรู้จักเพื่อสานต่อความสัมพันธ์ด้วย แต่เปล่าเลย คุณกลับเขินหลบหน้าหลบตา ไม่กล้าสู้หน้ากับ “คนที่ควรชักชวนมารักกัน” นี่แหละคือสัญญาณ อ.ต.ร. (อันตราย) ล่ะว่า คุณอยู่เป็นโสดนานจนไม่รู้ควรทำตัวอย่างไรกับ “ว่าที่หวานใจ” น่ะสิ

ทว่า คนที่ใจกล้าหน้าด้านปรี่เข้าไปจะฉกผัวเขา...เอ้ย ...ฉกคนที่คุณสนใจแต่เผอิญเค้าควงแฟนมาด้วย โดยไม่สนว่าคนนั้นชอบคุณด้วยรึเปล่า แถมไม่เกรงใจแฟนเค้าอีก ก็เป็นการกระทำที่ห้าว (และคงแห้ว) ไปนะ แค่มั่นใจในตัวเองระดับปานกลางพอแล้ว ไม่ควร “มั่น” ซะจนทำอะไรห่ามๆร้อก


2. ติดนิสัยตามใจปาก เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ

เพราะอยู่ตัวคนเดียวมากไป ดังนั้น เวลาถูกชวนหรือคุณไปชวนใครทานอาหารก่อนก็เหอะ แต่พอถึงร้าน แทนที่คุณจะแสดงความสุภาพและให้ความสำคัญกับใครคนนั้น ด้วยการให้เค้าเป็นฝ่ายเลือกรายการอาหารที่จะสั่งก่อน หรือเทน้ำให้เค้าดื่ม ก่อนเทให้ตัวเอง แต่คุณสิ กลับไม่มีมารยาทเวลาอยู่บนโต๊ะอาหารเอาซะเลย แถมยังกินมูมมาม ชนิดไม่สนอิมเมจ (ภาพพจน์) ของตัวเองสักกะติ๊ด งั้นกลับไปติวมารยาทซะใหม่แล้วค่อยกลับมาลงสนามรักต่อ...ดีกว่านะ

3. มัวเอนจอยกับสัตว์ เลี้ยง หรืองานอดิเรก จนไม่สนที่จะมีแฟน

เพราะลืมไปแล้วว่าจะบริหารเสน่ห์ของตัวเองยังไงให้ใครๆสนน่ะสิ เช่น ออกไปสังสรรค์ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ที่ครั้งนึงคุณเคยหมกตัวอยู่กับก๊วนจอมซี้เหล่านี้ แทนจับเจ่าอยู่กับเจ้าตูบแสนซื่อ และแมวจอมประจบแต่ในบ้าน หรือไม่งั้นก็ติดละครหลังข่าว, รายการแข่งขันประกวดร้องเพลงที่ฮิตจัดกันเหลือเกิน รวมทั้งหนังซีรีส์ทางเคเบิลทีวี จนไม่ยอมพลาดละก็ นี่แหละแสดงว่า เป็นโสดนานจนฝุ่นจับแล้วนะยะ

4. แม้จีบใครได้สักคน คุณก็แค่คิดว่าเป็นกิ๊กคลายเหงาเท่านั้น ไม่ได้คิดจริงจังอะไรด้วย
(เอ๊ะ หรืออีกฝ่ายไม่อยากจริงจังด้วยก็บอกมาซะดีๆ โธ่ทำแก้ตัวไปงั้น) ถึงออกลีลาจีบใครสักคนมาเป็นกิ๊ก (ชนิดว่าชอบมากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่รัก) ได้ แต่คุณดันทำให้ ความสัมพันธ์ครั้งนี้เดินอยู่กะที่ซะงั้น ไม่ยอมพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวหน้ามากกว่าที่เป็นอยู่ ปัดโธ่ ขืนเป็น “โสดไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” นานๆเข้า คุณยิ่งไม่กระตือรือร้นเลื่อนฐานะจากกิ๊กมาเป็นแฟนกันให้รู้แล้วรู้แรด (แรดน่ะทำเป็นแต่แฟนเหรอ แปลว่าอะไรน้อ) จึงทำให้ไม่มีแฟนถาวร เป็นแค่กิ๊กประเภทอยากเจอก็โทร.ไปนัดมาพบ ถ้าอยากคุยก็คุยกันทางโทรศัพท์ แถมยังทำงี้กับเค้าในเวลาที่ตัวเองต้องการเท่านั้นซะด้วย โดยไม่สนเค้าอยากคุยด้วยรึเปล่า แต่จะตื๊อให้คุยมีไรป่ะ ไม่รู้จักเจ้าแม่ซะแล้ว

5. ติดเพื่อนเกินกว่าจะหาแฟนมาเป็น “คนรู้ใจ”

เคยชินกับการอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆมาตลอดชีวิตนี่หว่า แล้วจะดิ้นรนหาแฟนไปทำมั้ย เวลาอยู่กะเพื่อน คุณทำอะไรก็ได้ ทำตัวสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องเหนื่อยคอยประจบประแจงเอาใจใคร แหม้...ง่ายกว่าการอยู่กะแฟนตั้งเยอะ แถมอยู่กับเพื่อนยังไม่ต้องวางฟอร์มหรือเก๊กท่าด้วย

6. คบคนสะเปะสะปะ และสับสนระหว่างการคบแบบเป็นคู่รัก กับคบแบบแค่รู้จักน่ะต่างกันอย่างไร?

เอ้าจะให้แยกคนทั้งสองกลุ่มนี้ออกจากกันได้ไง ในเมื่อคุณอยู่คนเดียวมานานจนลืมไปแล้วว่า เวลาเจอ “คนที่ใช่” แล้วจะทำให้เค้ารู้ว่า เค้าคือ “หนึ่งเดียวคนนี้ของคุณ” ได้อย่างไร...นี่สิน่าคิด เคยเห็นคนโสดบางรายพอเจอใครที่ตัวเองติดตาต้องใจปุ๊บ พอผ่านด่านทำความรู้จักกันได้ แต่ก็กลับแป้ก ไม่ สามารถทำให้เค้ารู้ใจจริงของคุณสักทีก็มี จึงติดแหง็ก อยู่แค่การเป็นคนรู้จักนั่นแหละ ทั้งที่อีกฝ่ายเตรียมยินยอมพร้อมใจแล้วเชียวนะ เชอะยังบื้อใบ้อยู่ได้

อ้อ บอกก่อนว่า ไม่ได้ประสงค์จะชวนให้คิดมากซะหน่อยว่า เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไหนดีกว่ากัน? ของพรรค์นี้ตัดสินใจเองได้ ไม่ต้องรอให้ใครมา “ยุ” คุณหรอก จริงไหมล่ะฮ้า

24 October 2008

Korea : ตลาดท่องเที่ยวเกาหลีปรับทิศจับคนโสด-คานทอง


Korea : ตลาดท่องเที่ยวเกาหลีปรับทิศจับคนโสด-คานทอง

** กรุงเทพธุรกิจ

** 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 08:15:00

คาด นักท่องเที่ยวเกาหลีมาไทยปี 51 เพิ่ม 10% กว่า 1.26 ล้านคน ทำรายได้ท่องเที่ยว 3.9 หมื่นล้านบาท กลุ่มคนโสด-คานทอง สัดส่วนสูงสุด แซงกลุ่มฮันนีมูน

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : เกาหลีใต้เป็นตลาดท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ของประชาชน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อ เนื่อง ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้นิยมเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวระยะใกล้ใน เอเชีย ทำให้นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้กลายเป็นตลาดนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่มี บทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวของประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชีย โดยไทยนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับสามของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี ใต้ รองจากจีนและญี่ปุ่น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้นั้นทวีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวของไทย มากขึ้นเป็นลำดับ ปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมาก เป็นอันดับ 3 รองจากมาเลเซียและญี่ปุ่น

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดว่าในปี 2551 จะมีนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.0 จากปี 2550 โดยมีจำนวนประมาณ 1.26 ล้านคน และสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.8 เป็นมูลค่า 39,600 ล้านบาท

กลุ่มนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ที่เดิน ทางมาท่องเที่ยวในไทยประมาณร้อยละ 90.0 เดินทางมาเพื่อพักผ่อน และประมาณร้อยละ 5.0 เดินทางมาเพื่อติดต่อธุรกิจการค้าและการลงทุน ที่เหลืออีกประมาณร้อยละ 5.0 ส่วนหนึ่งเป็นการเดินทางไปมาสำหรับชาวเกาหลีใต้ที่พักอาศัยอยู่ในไทย หรือชาวเกาหลีใต้ที่เข้ามาทำงานหรือศึกษาต่อในไทย รวมทั้งกลุ่มที่เดินทางเพื่อเข้าร่วมประชุมสัมมนาระหว่างประเทศ ซึ่งกลุ่มนี้นับว่าเป็นกลุ่มที่น่าจับตามอง เนื่องจากยังมีโอกาสขยายตัวอีกมากตามนโยบายของรัฐบาลที่จะเจาะขยายตลาดการ จัดประชุมสัมมนา

ประเด็นที่น่าสนใจคือ นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ที่เดินทางมายังประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว หน้าใหม่ที่ยังไม่เคยเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมาก่อน จึงนิยมเดินทางมากับบริษัทนำเที่ยวในลักษณะกรุ๊ปทัวร์ อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้กลุ่มเที่ยวซ้ำหรือกลุ่มที่เคยเดินทางมา ไทยแล้ว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวมีการขยายตัวอย่างน่าจับตามอง

อย่าง ไรก็ตาม การขยายตลาดนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้นั้นต้องเน้นการเจาะขยายตลาดนักท่อง เที่ยวเฉพาะกลุ่ม โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ที่น่าสนใจ แยกพิจารณาได้ ดังนี้

1.กลุ่มนักท่องเที่ยววัยคานทองและกลุ่มคนโสดช่วงอายุ ระหว่าง 25-40 ปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง โดยในจำนวนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ที่มาเที่ยวเมืองไทยปี 2549 ประมาณ 1.16 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยววัยคานทองประมาณ 4 แสนคน คิดเป็นกว่าร้อยละ 40.0 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด และคาดว่าปี 2550 จะเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยร้อยละ 5.0 ในปี 2551 ททท.ตั้งเป้าเร่งขยายฐานกลุ่มตลาดคานทองและคนโสดทั่วไปเพิ่มอีกร้อยละ 10.0 โดยคาดว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้สร้างรายได้กว่า 15,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 40.0 ของเป้ารายได้ตลาดนักท่องเที่ยวรวมทั้งหมดในปี 2551 ที่ททท.ตั้งเป้ารายได้ไว้ 40,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนักงานการท่องเที่ยวต่างชาติ 25 ประเทศ ที่อยู่ในเกาหลีใต้ต่างก็หันแข่งขันกันชิงลูกค้าตลาดคานทองกันมากขึ้นตาม ลำดับ จึงเป็นโอกาสดีที่ไทยควรจะเร่งปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับทิศทางใหม่ ที่เน้นนักท่องเที่ยวกลุ่มวัยคานทองและกลุ่มคนโสด

2.กลุ่มคู่แต่ง งานใหม่หรือกลุ่มคู่ฮันนีมูน ประเทศไทยได้รับความสนใจจากคู่แต่งงานชาวเกาหลีใต้ โดยเฉพาะรายการฮันนีมูนที่ภูเก็ตในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นของไทยที่เป็นที่นิยมเช่นกันจากคู่แต่ง งานชาวเกาหลี ได้แก่ หัวหิน พัทยา และกระบี่ กำลังซื้อกลุ่มนี้สูงเป็นอันดับต้นๆ มีปีละ 3.5 แสนคู่ เลือกมาฮันนีมูนในไทยถึง 1 ใน 3 อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 2550 ตลาดฮันนีมูนเริ่มชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดเหลือเพียง 1.4 แสนคู่ โดยตลาดที่กำลังมาแรงคือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นคนโสด

3.นักท่อง เที่ยวเฉพาะกลุ่มอื่นๆ นักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มของเกาหลีใต้นับเป็นอีกตลาดหนึ่งที่มีการขยายตัวที่ น่าสนใจ แม้ว่าในปัจจุบันยังเป็นกลุ่มเล็กก็ตาม โดยเฉพาะตลาดทัวร์กอล์ฟ และตลาดประชุมสัมมนาแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี ใต้ในไทย(ไม่รวมกรุงเทพฯ) คือ พัทยา สมุย ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ และเกาะช้าง อย่างไรก็ตาม ถ้าแยกพิจารณาตามกลุ่มของนักท่องเที่ยวแล้วจะเห็นว่า กลุ่มที่เป็นคู่แต่งงานใหม่หรือคู่ฮันนีมูนส่วนใหญ่จะนิยมแพ็กเกจเที่ยวชาย ทะเล เช่น ภูเก็ต พัทยา กระบี่ หัวหิน ชะอำ เกาะช้าง เกาะสมุย เป็นต้น นอกจากแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลแล้ว นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้นิยมมาท่องเที่วงานเทศกาลประเพณีไทย โดยเฉพาะงานสงกรานต์ และงานลอยกระทง

ปัจจัยหนุนการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ประกอบด้วย

1. ปี 2551 ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีใต้ครบ 50 ปี กระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตไทยในเกาหลีใต้ เริ่มนำร่องเจรจาฉลองความสัมพันธ์ยิ่งใหญ่โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นกลยุทธ์ 3 โครงการ ประกอบด้วย การนำโรงแรมที่พักชั้นนำของประเทศให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ได้เลือกใช้ ห้องพักระดับดีที่สุด 50 แห่ง การจัดทำโครงการประกวดภาพแหล่งท่องเที่ยว 50 ช่างภาพ และการจัดทำUser Creative Contest : UCC ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยการขายผ่านบล็อกในเว็บไซต์ยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ชื่นชอบ โดยการเขียนความประทับใจและการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในประเทศไทย นับเป็นแรงผลักดันส่วนหนึ่งให้สถานที่ท่องเที่ยวเมืองไทยติดอันดับ 1 ใน 3 ของPortal Website ในเกาหลีใต้

2.การขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยว เฉพาะกลุ่ม นโยบายขยายตลาดท่องเที่ยวในปี 2551 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หันมาเน้นตลาดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มมากขึ้น โดยนักท่องเที่ยวเหล่านี้เป็นนักท่องเที่ยวซึ่งมีกำลังซื้อสูง และมีลู่ทางขยายตัวได้อีกมาก โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ตลาดคู่แต่งงานใหม่ ตลาดนักกอล์ฟ และตลาดนักท่องเที่ยวเยาวชน

3. นักท่องเที่ยวนอกฤดูกาล นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เป็นตลาดเป้าหมายสำคัญของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้นิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยใน ช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมของทุกปี

4. การส่งเสริมด้านการตลาดอย่างต่อเนื่อง สำนักงานที่กรุงโซลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตรได้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดเชิงรุกเพื่อดึงนักท่องเที่ยว เกาหลีใต้มาเที่ยวไทย โดยเฉพาะการโฆษณาร่วมกับสื่อออนไลน์ ซึ่งได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ ทำให้สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว

5.ความสะดวกในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย จากการเพิ่มเที่ยวบินของทั้งสายการบินไทย และสายการบินของเกาหลีใต้(ทั้งสายการบินโคเรียนแอร์ และสายการบินเอเชียนา) ขณะนี้มี 3 สายการบิน ทำเที่ยวบินประจำเช่าเหมาลำ (Charter Scheduel) ได้แก่ สายการบินโคเรียนท์ แอร์ไลน์ บินชาร์เตอร์ 2 เดือนระหว่างกรกฎาคม-สิงหาคม เส้นทางไป-กลับ โซล-อู่ตะเภา 4 เที่ยว/สัปดาห์ บรรทุกผู้โดยสารเข้ามาเที่ยวละ 276 คน สายการบินสกายสตาร์ บินชาร์เตอร์ประมาณปีละ 6 เดือน โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม เส้นทางโซล-ภูเก็ต 5 เที่ยว/สัปดาห์ และสายการบินโคเรียนท์ แอร์ไลน์ กำลังได้รับการผลักดันจากบริษัทตัวแทนจัดนำเที่ยวเกาหลีใต้ 5 ราย คาดว่าจะเริ่มให้บริการบินชาร์เตอร์ ปลายกรกฎาคม 2551 นี้ ไป-กลับโซล-กระบี่ ซึ่งเส้นทางนี้ ททท.กำลังผลักดันให้เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ให้เป็นเส้นทางใหม่รองรับตลาดคู่ฮันนีมูนเกาหลีใต้ที่สนใจเดินทางมาใช้จ่าย เงินในเมืองไทย

นอกจากนี้การที่เมืองอินชอน(Incheon) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของกรุงโซลมีแผนจะใช้สนามบินระหว่างประเทศเพื่อเป็นฐาน สำหรับสายการบินต้นทุนต่ำ โดยมีการเซ็นสัญญาร่วมทุนกับไทเกอร์แอร์เวย์ ซึ่งสายการบินต้นทุนต่ำที่ถือหุ้นโดยสิงคโปร์แอร์ไลน์เปิดเส้นทางการบินไป ยังเกาหลีใต้ การเปิดเส้นทางการบินระหว่างประเทศสายการบินต้นทุนต่ำนับเป็นปัจจัยบวกที่ สำคัญที่จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

จาก ความพยายามในการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวหลักในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรวมถึงเกาหลีใต้ของภาครัฐและภาคเอกชน เนื่องจากนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมีการขยาย ตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งไทยยังมีโอกาสในการเจาะขยายตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้มาท่อง เที่ยวยังประเทศไทยเพิ่มขึ้นได้อีก โดยนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้นั้นเป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง สามารถช่วยเพิ่มพูนรายได้ด้านการท่องเที่ยวของไทยได้อย่างรวดเร็วและโดยต่อ เนื่อง

หญิงไทย ใจกล้า โสดถาวรมากขึ้น

หญิงไทย ใจกล้า โสดถาวรมากขึ้น

หันไปรอบๆ ตัว บางคนพบว่ามีหนึ่ง...สอง...สามของผู้หญิงที่คุณรู้จักครองตัวเป็นคนโสด ...ถามว่าทำไมผู้หญิงไทยจึงเป็นโสดเพิ่มมากขึ้น ?

จากข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรและเคหะ พบว่าผู้หญิงโสดที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นวัยเจริญพันธุ์ ได้เพิ่มสูงขึ้นเกือบร้อยละ 10 คือจากร้อยละ 62.7 ในปี พ.ศ. 2503 เป็นร้อยละ 71.6 ในปี พ.ศ. 2543 และเมื่อเทียบอัตราส่วนร้อยละของผู้หญิงอายุ 50-59 ปี ที่ยังเป็นโสดพบว่า ผู้หญิงในช่วงปลายวัยเจริญพันธุ์ที่ยังเป็นโสด มีอัตราส่วนเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 2.2 ในปี พ.ศ. 2503 เป็นร้อยละ 5.9 ในปี พ.ศ. 2543 อัตราส่วนของผู้หญิงช่วงเริ่มต้น และปลายวัยเจริญพันธุ์ที่เพิ่มขึ้นนี้ แสดงว่าหญิงไทยมีแนวโน้มเลื่อนการแต่งงานให้ช้าลงและครองความเป็นโสดถาวรเพิ่มมากขึ้น

ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้ หญิงไทย “ใจกล้า...โสดถาวร มากขึ้น” เราลองมาดูว่าสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจในการเลือกที่จะเป็นโสดของผู้หญิงหรือเปล่า

อ่านต่อ

คนโสด.com