ตลาดคนโสด
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา พฤษภาคม 2552
http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=79409
ในอดีตคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อบ้านมากกว่าคอนโดมิเนียม แต่หลังจากวิถีชีวิตเปลี่ยนไป คนวัยทำงานเริ่มแต่งงานน้อยโดยเฉพาะคนโสดเลือกอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม มากกว่า
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้ซื้อคอนโดมิเนียม และผู้ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมภายในเวลา 1 ปี โดยเลือกสำรวจคอนโดมิเนียมในรัศมี 2 กิโลเมตรจากแนวรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลพบว่า ส่วนใหญ่เป็นตลาดคนโสดที่มีรายได้ 2-4 หมื่นบาท
ศูนย์ข้อมูลฯ ได้ว่าจ้างบริษัท มาร์เก็ตติ้งมูฟ จำกัด สำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 420 คนในช่วงปลายปี 2551 แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มที่ได้ซื้อคอนโดมิเนียมแล้ว 205 ราย และกลุ่มที่สนใจจะซื้อคอนโดมิเนียมภายใน 1 ปี จำนวน 215 ราย
กลุ่มที่ได้ซื้อคอนโดมิเนียมแล้วในช่วงเวลาไม่เกิน 1 ปีที่ผ่านมา เป็นกลุ่มที่ซื้อคอนโดมิเนียมในราคาไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท และซื้อในช่วงเวลาไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่สำรวจจากแบบสอบ ถามผู้ซื้อจำนวน 205 ราย พบว่าเป็นคนโสดร้อยละ 54 มีช่วง อายุ 25-34 ปี ทำงานบริษัทเอกชนร้อยละ 41 รายได้ส่วนตัวเฉลี่ย 2-4 หมื่นบาท จำนวนร้อยละ 61
คนโสดเหล่านี้จะซื้อคอนโดมิเนียมในราคา 1.6-2 ล้านบาท และซื้อห้องขนาด 30.5-40 ตารางเมตร มีพื้นที่ใช้สอย 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ โดยศึกษาข้อมูลจากแผ่นพับประชาสัมพันธ์
ส่วนกลุ่มที่สนใจจะซื้อคอนโดมิเนียมภายใน 1 ปี จำนวน 215 ราย เป็นกลุ่มคนโสดที่มีช่วงอายุระหว่าง 25-34 ปี และมีรายได้เท่ากับกลุ่มที่ได้ซื้อคอนโดมิเนียมไปแล้ววิถีชีวิตของกลุ่มคน โสดเปลี่ยนไปโดยเลือกพักอาศัยอยู่ใกล้สำนักงานหรือใกล้รถไฟฟ้าใช้เวลาเดิน ทางไม่เกิน 30 นาที
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศรัณยพงศ์ เที่ยงธรรม ผู้จัดการศูนย์ที่ปรึกษาทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่ากลุ่มตัวอย่างของผู้สำรวจส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในห้องเช่าประเภทแฟลตหรือ อพาร์ตเมนต์ เป็นกลุ่มที่ยังไม่มีหน่วยงานวิจัยเคยสำรวจมาก่อน
สำหรับภาระค่าใช้จ่ายหลักๆ ของผู้ซื้อคอนโดมิเนียมมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวร้อยละ 50-60 ที่เหลือเป็นภาระเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว ร้อยละ 10 มีเงินฝากประมาณ 5 หมื่นถึง 2 แสนบาทขึ้นไป แต่กลุ่มที่ซื้อคอนโดมิเนียมไปแล้วมีเงินเก็บสูงถึงระดับ 5 แสนบาท เก็บจากเงินฝาก 100% ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการลงทุนประเภทอื่น ได้แก่ RMF/LTF หรือลงทุนในหุ้น พันธบัตร ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าจะสามารถนำไปหักภาษีได้ก็ตาม
นอกเหนือจากเป้าหมายหลักในการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย แต่จากสถานการณ์น้ำมันแพง ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมคึกคักจึงทำให้ผู้ซื้อบางส่วนหวังขายต่อหรือปล่อยให้ เช่า เพราะมองว่าเป็นการลงทุนที่ดีสำหรับอนาคต
สำหรับวิธีการชำระเงิน ผู้ซื้อจะยืมเงินผู้อื่นเพื่อวางดาวน์ส่วนการโอนยังคงใช้เงินกู้จากสถาบัน การเงิน ดังนั้นมาตรการภาครัฐจึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียม เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ขึ้น-ลงมีผลต่อการตัดสินใจในการซื้อเป็นอย่างมาก
อย่างเช่นกรณีคำถามของศูนย์ข้อมูลฯ เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยหากขึ้นร้อยละ 10 กว่า ผลสำรวจพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามกว่าครึ่งหนึ่งตัดสินใจที่จะหยุดซื้อ คอนโดมิเนียม
ตลาดคนโสดเป็นตลาดที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คงจะไม่สามารถมองข้ามได้อีก ต่อไป เพราะเป็นกลุ่มที่มีเงิน มีการศึกษาและไม่มีภาระเรื่องครอบครัว
16 June 2009
แผนการเงินสำหรับคนโสด
"แผนการเงินสำหรับคนโสด"
By wiwan
มีแฟนคอลัมน์เขียนมาขอให้แนะนำการลงทุนของคนโสดบ้าง ดิฉันจึงนำมาลงให้ตามสัญญาค่ะ
แผนการเงินของคนโสดไม่แตกต่างกับแผนการเงินของผู้ที่แต่งงานแล้วแต่ไม่มี บุตร เพราะสามารถตัดเรื่องการวางแผนเพื่อการศึกษาของบุตรไปได้ คงเหลือเฉพาะการวางแผนเพื่อการเกษียณอายุงาน เพราะต้องดูแลตัวเอง และอาจจะต้องวางแผนเพื่อเลี้ยงดูบุพการีด้วย
คนโสดในวัยสามสิบเศษ หากไม่คิดว่าจะมีครอบครัวก็สามารถวางแผนซื้อบ้านได้ ในภายหลังหากมีครอบครัวก็ไม่ต้องหาซื้ออีก แค่ถ้าหากไม่มีครอบครัวและมาเริ่มซื้อตอนอายุ 40 หรือ 45 ปี อาจจะช้าไปหน่อยค่ะ ผ่อนไม่ไหว ประมาณเอาว่าเริ่มวางแผนซื้อบ้านตั้งแต่อายุ 35 ปี ก็น่าจะดีค่ะ
นอกจากนั้น ยังต้องวางแผนเรื่องการดูแลสุขภาพด้วย ทำร่างกายให้แข็งแรง และเลือกดูแผนประกันสุขภาพที่เหมาะสม ในกรณีที่ที่ทำงานไม่ได้ครอบคลุมการประกันสุขภาพให้ เพราะข้อเสียเปรียบอย่างหนึ่งของคนโสดคือ เวลาเจ็บป่วยไม่สามารถทำงานได้ จะไม่มีรายได้จากคู่สมรสมาช่วย ทุกอย่างจึงต้องอาศัยตนเองทั้งสิ้น นอกเสียจากว่าท่านจะมีญาติพี่น้องคอยดูแลอีกชั้นหนึ่ง
การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับคนโสดค่ะ เพราะทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในชีวิตของท่านก็คือตัวของท่าน และถ้าท่านไม่อยากให้ตัวท่านเองเป็นภาระของตัวเองในยามชราภาพ ท่านต้องดูแลสุขภาพให้ดีเลิศ
สุขภาพจิตก็สำคัญค่ะ เนื่องจากท่านไม่มีลูกให้ดุ ไม่มีคู่สมรสให้ต่อว่า ท่านอาจจะสะสมความเครียดโดยไม่รู้ตัว ต้องมีการระบายความเครียด อาจจะด้วยการออกกำลังกาย ด้วยการทำสมาธิ ด้วยการศึกษาศาสนา อ่านหนังสือธรรมะ ฯลฯ
การวางแผนประกันสุขภาพ เป็นสิ่งที่ควรจะทำค่ะ และสำคัญกว่าแผนประกันชีวิต โดยเฉพาะท่านที่ทำงานอิสระหรือหน่วยงานที่สังกัดไม่ได้ให้การดูแลในเรื่อง สุขภาพ แต่สำหรับท่านที่ต้องเลี้ยงดูบุพการี ท่านควรจะต้องวางแผนประกันชีวิต เช่นเดียวกับผู้มีครอบครัวและต้องเลี้ยงดูคู่สมรสและบุตรค่ะ
ตารางด้านล่างแสดงถึงประโยชน์จากการวางแผนการเงินสำหรับช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิต หากท่านเป็นคนโสด ท่านก็วางแผนแบบคู่สมรสใหม่กับแบบวัยก่อนเกษียณ คือ เมื่อยังอายุน้อยก็เน้นการวางแผนการใช้จ่าย และแผนการลงทุน พออายุเพิ่มขึ้นก็เน้นการวางแผนเกษียณเพิ่มเติม ถ้าท่านมีภาระเลี้ยงดูผู้อื่น ท่านก็ต้องวางแผนประกันภัย (ประกันชีวิต) เพิ่ม
สำหรับแผนการลงทุนนั้น เป็นแผนที่ได้ใช้ตลอดช่วงอายุค่ะ จึงมีความสำคัญ และเป็นส่วนที่ยากและท้าทายความสามารถมากที่สุด ในส่วนนี้ขอแนะนำให้ปรึกษากับผู้รู้ เพราะหากวางแผนลงทุนไม่ดี เงินที่เก็บมาทั้งชีวิต อาจลดลงไปทำให้ไม่สามารถเกษียณอายุงานได้เร็วขึ้นตามที่เคยวางแผนเอาไว้ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่การลงทุนมีความผันผวนมาก ท่านต้องวางแผนและลงมือปฏิบัติด้วยความระมัดระวังค่ะ
การวางแผนการเงินเป็นเรื่องที่ไม่ยากใช่ไหมคะ ท่านจะเห็นว่าความสำคัญของการวางแผนการเงินในแต่ละช่วงชีวิต จะเน้นประเภทของแผนที่แตกต่างกัน ตอนยังไม่มีเงินออมก็ต้องออมเงินก่อน เมื่อมีเงินพอสมควรก็ต้องลงทุน เมื่อมีทรัพย์สินมากพอสมควรก็ต้องทำประกันภัย เพื่อคุ้มครองชีวิตและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สิน และเมื่อมีโอกาส ต้องวางแผนเพื่อการเกษียณอายุงานที่สุขสบาย ทั้งนี้และทั้งนั้น ในทุกช่วงอายุต้องดูแลสุขภาพให้ดีค่ะ
กล่าวกันอยู่เสมอว่า แผนการเงินของแต่ละคนก็จะแตกต่างกัน นอกจากจะแตกต่างกันตามช่วงเวลาของชีวิตแล้ว ยังแตกต่างกันเพราะรสนิยม ความชอบ ค่านิยมในการใช้ชีวิต ความประทับใจ และความเชื่อส่วนบุคคล ความผูกพันและผลกระทบต่อจิตใจ วัฒนธรรมของแต่ละสังคม ฯลฯ ดังนั้นเวลาวางแผนการเงิน ผู้รับการวางแผนควรจะต้องบอกให้ผู้วางแผนทราบ เพื่อที่ผู้วางแผนจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ประกอบด้วย
ในการ วางแผนการเงิน เงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด การบรรลุเป้าหมายในชีวิตต่างหากที่สำคัญกว่า แต่เนื่องจากสังคมเราเป็นสังคมที่ใช้เงินตราเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน สินค้าและบริการ เราจึงต้องวางแผนโดยใช้เงินและตัวเลขเป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผน ในบางกรณีท่านอาจจะสามารถบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้ โดยไม่ต้องใช้เงิน เช่น บางท่านอาจจะมีเป้าหมายชีวิตที่จะแสวงหาธรรมะ ท่านก็อาจจะบวชเป็นพระหรือชี หรือนักบวชในศาสนาของท่าน หรือในบางกรณีท่านก็สามารถวางแผนการปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารของท่านได้เอง ท่านก็สามารถลดจำนวนเงินที่ต้องการใช้ในการดำรงชีพได้ เป็นต้น
เพราะฉะนั้น หากท่านคำนวณเงินออมเพื่อการเกษียณแล้วอย่างไรก็ไม่สามารถเก็บให้ครบได้ ท่านอาจจะเริ่มมองหาที่ว่างข้างบ้านเพื่อเพาะปลูกผักและพืชสวนครัว หรือเริ่มปรุงอาหารรับประทานเองที่บ้าน แทนที่จะออกไปรับประทานนอกบ้านทุกวัน
ขอให้ท่านผู้อ่านทุกคนสามารถวางแผนชีวิต วางแผนการเงิน ได้อย่างดี หรือได้ทำตามความฝันของท่านอย่างราบรื่น และขอให้ท่านมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายตามควรแก่อัตภาพค่ะ
จาก http://newsroom.bangkokbiznews.com/comment.php?id=6020&user=wiwan
04 April 2009
เพลง คนโสดกู้ชาติ
ลองๆ หาข้อมูลดีๆ เพื่อมาเพิ่มเติมในเวปไซต์ singleClub.in.th แห่งนี้
ไปเจอ เพลงคนโสดกู้ชาติ
(อืมมม มีกับเขาด้วยแฮะ)
ขอเชิญรับฟังครับ
ไปเจอ เพลงคนโสดกู้ชาติ
(อืมมม มีกับเขาด้วยแฮะ)
ขอเชิญรับฟังครับ
15 March 2009
แผนการเงินสำหรับคนโสด
MoneyPro: วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ wiwan.th@kasikornresearch.com
มีแฟนคอลัมน์เขียนมาขอให้แนะนำการลงทุนของคนโสดบ้าง ดิฉันจึงนำมาลงให้ตามสัญญาค่ะ
แผนการเงินของคนโสดไม่ แตกต่างกับแผนการเงินของผู้ที่แต่งงานแล้วแต่ไม่มีบุตร เพราะสามารถตัดเรื่องการวางแผนเพื่อการศึกษาของบุตรไปได้ คงเหลือเฉพาะการวางแผนเพื่อการเกษียณอายุงาน เพราะต้องดูแลตัวเอง และอาจจะต้องวางแผนเพื่อเลี้ยงดูบุพการีด้วย
คนโสดในวัยสามสิบเศษ หากไม่คิดว่าจะมีครอบครัวก็สามารถวางแผนซื้อบ้านได้ ในภายหลังหากมีครอบครัวก็ไม่ต้องหาซื้ออีก แค่ถ้าหากไม่มีครอบครัวและมาเริ่มซื้อตอนอายุ 40 หรือ 45 ปี อาจจะช้าไปหน่อยค่ะ ผ่อนไม่ไหว ประมาณเอาว่าเริ่มวางแผนซื้อบ้านตั้งแต่อายุ 35 ปี ก็น่าจะดีค่ะ
นอกจากนั้น ยังต้องวางแผนเรื่องการดูแลสุขภาพด้วย ทำร่างกายให้แข็งแรง และเลือกดูแผนประกันสุขภาพที่เหมาะสม ในกรณีที่ที่ทำงานไม่ได้ครอบคลุมการประกันสุขภาพให้ เพราะข้อเสียเปรียบอย่างหนึ่งของคนโสดคือ เวลาเจ็บป่วยไม่สามารถทำงานได้ จะไม่มีรายได้จากคู่สมรสมาช่วย ทุกอย่างจึงต้องอาศัยตนเองทั้งสิ้น นอกเสียจากว่าท่านจะมีญาติพี่น้องคอยดูแลอีกชั้นหนึ่ง
การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับคนโสดค่ะ เพราะทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในชีวิตของท่านก็คือตัวของท่าน และถ้าท่านไม่อยากให้ตัวท่านเองเป็นภาระของตัวเองในยามชราภาพ ท่านต้องดูแลสุขภาพให้ดีเลิศ
สุขภาพจิตก็สำคัญค่ะ เนื่องจากท่านไม่มีลูกให้ดุ ไม่มีคู่สมรสให้ต่อว่า ท่านอาจจะสะสมความเครียดโดยไม่รู้ตัว ต้องมีการระบายความเครียด อาจจะด้วยการออกกำลังกาย ด้วยการทำสมาธิ ด้วยการศึกษาศาสนา อ่านหนังสือธรรมะ ฯลฯ
การวางแผนประกันสุขภาพ เป็นสิ่งที่ควรจะทำค่ะ และสำคัญกว่าแผนประกันชีวิต โดยเฉพาะท่านที่ทำงานอิสระหรือหน่วยงานที่สังกัดไม่ได้ให้การดูแลในเรื่อง สุขภาพ แต่สำหรับท่านที่ต้องเลี้ยงดูบุพการี ท่านควรจะต้องวางแผนประกันชีวิต เช่นเดียวกับผู้มีครอบครัวและต้องเลี้ยงดูคู่สมรสและบุตรค่ะ
ตารางด้านล่างแสดงถึงประโยชน์จากการวางแผนการเงินสำหรับช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิต หากท่านเป็นคนโสด ท่านก็วางแผนแบบคู่สมรสใหม่กับแบบวัยก่อนเกษียณ คือ เมื่อยังอายุน้อยก็เน้นการวางแผนการใช้จ่าย และแผนการลงทุน พออายุเพิ่มขึ้นก็เน้นการวางแผนเกษียณเพิ่มเติม ถ้าท่านมีภาระเลี้ยงดูผู้อื่น ท่านก็ต้องวางแผนประกันภัย (ประกันชีวิต) เพิ่ม
สำหรับแผนการลงทุนนั้น เป็นแผนที่ได้ใช้ตลอดช่วงอายุค่ะ จึงมีความสำคัญ และเป็นส่วนที่ยากและท้าทายความสามารถมากที่สุด ในส่วนนี้ขอแนะนำให้ปรึกษากับผู้รู้ เพราะหากวางแผนลงทุนไม่ดี เงินที่เก็บมาทั้งชีวิต อาจลดลงไปทำให้ไม่สามารถเกษียณอายุงานได้เร็วขึ้นตามที่เคยวางแผนเอาไว้ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่การลงทุนมีความผันผวนมาก ท่านต้องวางแผนและลงมือปฏิบัติด้วยความระมัดระวังค่ะ
การวางแผนการเงินเป็นเรื่องที่ไม่ยากใช่ไหมคะ ท่านจะเห็นว่าความสำคัญของการวางแผนการเงินในแต่ละช่วงชีวิต จะเน้นประเภทของแผนที่แตกต่างกัน ตอนยังไม่มีเงินออมก็ต้องออมเงินก่อน เมื่อมีเงินพอสมควรก็ต้องลงทุน เมื่อมีทรัพย์สินมากพอสมควรก็ต้องทำประกันภัย เพื่อคุ้มครองชีวิตและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สิน และเมื่อมีโอกาส ต้องวางแผนเพื่อการเกษียณอายุงานที่สุขสบาย ทั้งนี้และทั้งนั้น ในทุกช่วงอายุต้องดูแลสุขภาพให้ดีค่ะ
*
กล่าวกันอยู่เสมอว่า แผนการเงินของแต่ละคนก็จะแตกต่างกัน นอกจากจะแตกต่างกันตามช่วงเวลาของชีวิตแล้ว ยังแตกต่างกันเพราะรสนิยม ความชอบ ค่านิยมในการใช้ชีวิต ความประทับใจ และความเชื่อส่วนบุคคล ความผูกพันและผลกระทบต่อจิตใจ วัฒนธรรมของแต่ละสังคม ฯลฯ ดังนั้นเวลาวางแผนการเงิน ผู้รับการวางแผนควรจะต้องบอกให้ผู้วางแผนทราบ เพื่อที่ผู้วางแผนจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ประกอบด้วย
ในการวางแผนการเงิน เงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด การบรรลุเป้าหมายในชีวิตต่างหากที่สำคัญกว่า แต่เนื่องจากสังคมเราเป็นสังคมที่ใช้เงินตราเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน สินค้าและบริการ เราจึงต้องวางแผนโดยใช้เงินและตัวเลขเป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผน ในบางกรณีท่านอาจจะสามารถบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้ โดยไม่ต้องใช้เงิน เช่น บางท่านอาจจะมีเป้าหมายชีวิตที่จะแสวงหาธรรมะ ท่านก็อาจจะบวชเป็นพระหรือชี หรือนักบวชในศาสนาของท่าน หรือในบางกรณีท่านก็สามารถวางแผนการปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารของท่านได้เอง ท่านก็สามารถลดจำนวนเงินที่ต้องการใช้ในการดำรงชีพได้ เป็นต้น
เพราะฉะนั้น หากท่านคำนวณเงินออมเพื่อการเกษียณแล้วอย่างไรก็ไม่สามารถเก็บให้ครบได้ ท่านอาจจะเริ่มมองหาที่ว่างข้างบ้านเพื่อเพาะปลูกผักและพืชสวนครัว หรือเริ่มปรุงอาหารรับประทานเองที่บ้าน แทนที่จะออกไปรับประทานนอกบ้านทุกวัน
ขอให้ท่านผู้อ่านทุกคนสามารถวางแผนชีวิต วางแผนการเงิน ได้อย่างดี หรือได้ทำตามความฝันของท่านอย่างราบรื่น และขอให้ท่านมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายตามควรแก่อัตภาพค่ะ
จาก http://www.bangkokbiznews.com/home/news/finance/guru/2009/02/16/news_16388.php
16 February 2009
เจ้าชายแห่งสายลม

เจ้าชายแห่งสายลม.....ส่วนตัวฉันเป็นเพียงต้นหญ้าต้นเล็กๆที่แอบหลงรักเจ้าชายแห่งสายลม
ทุกครั้งที่สายลมพัดผ่าน ต้นหญ้าโอนอ่อนพริ้วไหวไปตามลม
ราวกับต้นหญ้ากำลังเต้นระบำ ด้วยความยินดีที่สายลมแวะมาทักทาย
แต่สายลมไม่เคยหยุดอยู่กับที่ สายลมพัดผ่านมาแล้วก็พัดผ่านไป
ต้นหญ้าต้นน้อยยังคงรอคอยอย่างสงบอยู่ที่เดิม.......
วันหนึ่งสายลมพัดมา
ต้นหญ้าได้เอ่ยถามสายลมว่า "สายลมเจ้าเอย เหตุใดเลยเจ้าจึงไม่เคยหยุดนิ่ง"
สายลมตอบกลับว่า "ข้าสนุกสนานที่ได้พัดผ่านสถานที่หลากหลาย ได้พบเจอผู้คนและเรื่องราวมากมาย แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่ออกผจญภัย?"
ต้นหญ้าต้นน้อยตอบสายลมกลับ "ข้ารอคอยเจ้า วันที่เจ้าพัดผ่าน แม้เพียงไม่นาน แต่ข้าสุขใจ"
สายลมว่าต่อ "แต่ข้าคงหยุดอยู่ที่เจ้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นเจ้าอย่าปักใจ อย่าหวังอะไรในตัวข้าเลย"
ต้นหญ้ายิ้มรับแล้วเอ่ยตอบว่า
"ข้าไม่หวังให้เจ้าหยุดที่ข้า เพียงแค่หวังให้เจ้าผ่านพัดมา ให้ข้ารู้ว่าเจ้ายังสบายดี"
Subscribe to:
Posts (Atom)